ในการเลือก Gate Valve นอกจากเรื่องวัสดุตัวเรือนแล้ว จุดที่ชี้เป็นชี้ตายความคงทนคือ “Seat” (บ่าวาล์ว) หรือจุดที่ลิ้นวาล์วสัมผัสกับตัวเรือนเพื่อกั้นน้ำนั่นเองครับ หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่เลือกวาล์วเหล็กหล่ออย่างดี แต่ใช้ไปไม่นานกลับปิดไม่อยู่ นั่นอาจเป็นเพราะบอสเลือก “ชนิดของซีล” ไม่เหมาะกับของไหลครับ
Top Tech Works จะพาไปชำแหละความต่างของซีล 2 แบบยอดฮิตที่วิศวกรต้องเจอครับ
1. Metal Seat Gate Valve (บ่าโลหะ) – เน้นอึด ถึก ทน
แบบดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน ลิ้นวาล์วและบ่าวาล์วจะเป็นโลหะทั้งคู่ (เช่น ทองเหลือง, บรอนซ์, หรือสแตนเลส) เจียรผิวให้เรียบกริบเพื่อประกบกัน
- ความทนทาน: ทนทานต่อการขูดขีดจากเศษหิน ดิน ทราย ได้ดีเยี่ยม
- อุณหภูมิ: รับความร้อนได้สูงมาก เหมาะกับงาน Steam (ไอน้ำ) หรือน้ำร้อน
- ข้อเสีย: ปิดไม่สนิท 100% (Allowable Leakage) ตามมาตรฐาน API 598 และหากมีตะกอนไปเกาะที่ร่องก้นวาล์ว (Pocket) ลิ้นจะลงไม่สุดทันที
2. Resilient Seat Gate Valve (บ่ายาง) – ปิดสนิทระดับ Bubble Tight
ลิ้นวาล์วจะถูกหุ้มด้วยยางคุณภาพสูง (EPDM หรือ NBR) และตัวเรือนด้านล่างจะออกแบบให้เรียบ (Flat Bottom) ไม่มีร่องให้ตะกอนตกค้าง
- การกันรั่ว: ปิดสนิท 100% ไม่มีแม้แต่หยดเดียว (Zero Leakage)
- งานน้ำเสีย: เหมาะมากกับงานน้ำเสีย (Wastewater) หรือน้ำประปา เพราะลิ้นยางจะโอบรับเศษตะกอนขนาดเล็กได้โดยไม่ทำให้หน้าวาล์วเป็นรอย
- ข้อเสีย: ไม่ทนความร้อนสูง (ยางจะเสื่อมสภาพ) และไม่ทนต่อสารเคมีรุนแรงบางชนิด
ฟันธงจากช่าง: งานน้ำสะอาด/น้ำเสียทั่วไป เลือก Resilient Seat คุ้มกว่า ปิดสนิทกว่า แต่ถ้างานน้ำร้อนหรือเคมีหนักๆ ต้อง Metal Seat เท่านั้นครับ!
ต้องการเช็คสเปคด่วน? แอดไลน์ส่งรูปวาล์วเดิมมาให้เราช่วยดูได้ที่ Line: @toptech ครับ